บทที่ 5 บันทึกของมารดา

บทที่ 5

บันทึกของมารดา

“ท่านหญิง น้ำชาเพคะ”

เซี่ยเซี่ยเดินเข้ามาพร้อมกับถาดน้ำชาร้อนที่นางเพิ่งชงมากับมือ เป็นชาเหลียนฮวาที่ทำจากเหลียนฮวาสีขาวทั้งดอกที่บานเต็มที่ มีทั้งกลิ่นและรสชาติที่หอม เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งป่าตามที่ผู้เป็นนายชอบ

อี้เยว่ละมือจากรายการสินค้าที่เพิ่งถูกส่งมา ใบหน้างดงามฉายชัดถึงความเหนื่อยล้าจากงานในมือที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

“ยามใดแล้ว”

“ยามห้าย (21:00 น. – 22:59 น.) แล้วเพคะ”

อี้เยว่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำงานมานานขนาดนี้ ตั้งแต่กลับมาจากร้าน นางก็ตรวจงานที่ค้างอยู่ต่อให้เรียบร้อยเพื่อที่ว่าวันพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องงานที่ยังไม่เสร็จ

“มิน่า ข้าถึงเมื่อยตัวแบบนี้”

“ท่านหญิงควรพักได้แล้วเพคะ เอาแต่ทำงานเช่นนี้จะล้มป่วยเอาได้”

เซี่ยเซี่ยไม่ชอบให้ผู้เป็นนายใส่ใจงานจนหลงลืมใส่ใจตัวเองมากขนาดนี้ นางอยากให้นายของนางพักผ่อนมาก ๆ อายุเพียงสิบสี่ แม้คนอื่นจะมองว่าเป็นสาวเต็มตัวแต่สำหรับนาง นายของนางยังดูเด็กเกินไป วัยนี้ควรมีความสุข สดใส และมีอิสระถึงจะถูก

“เจ้าอย่าบ่นมากเลย เจ้าว่าแต่ข้า เจ้าเองอายุไม่ห่างข้ามาก ยังเอาใจใส่ทำงานของตัวเองไม่ให้ใครมาช่วย เหนื่อยดูแลข้าหลายเท่า แต่จะมาห่วงข้าได้ยังไงกัน”

“หม่อมฉันเป็นบ่าว ย่อมต้องเหนื่อยกว่านะเพคะ”

“ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือเราควรจริงจังกับงานให้พอดี ที่ข้าเร่งมือเพราะต้องการมีเวลาเหลือทำอย่างอื่น เจ้าเองก็รู้ว่าหลังจากนี้คงเกิดเรื่องตามมาอีกมาก ทำงานให้เรียบร้อยไว้จะเป็นผลดีต่อข้ามากกว่า”

เซี่ยเซี่ยนิ่งไปก่อนจะเอ่ยปาก

“ท่านหญิงหมายถึงเรื่องของคูณหนูฉีฉี…”

อี้เยว่ยิ้ม นางดื่มน้ำชาหลายอึก พร้อมกับแสดงสีหน้าผ่อนคลายหลังจากที่ชารสหวานหอมลงท้องทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมา

“ข้าเองก็ไม่รู้ เพียงเตรียมตัวไว้เท่านั้น”

“แล้วที่ท่านหญิงบอกว่าท่านหญิงพูดกับคุณหนูอินผิง ท่านหญิงเชื่อว่านางจะคิดได้หรือเพคะ ดูนางจะรักองค์ชายรองมาก มากจนไม่สนใจตัวเอง”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้ามั่นใจว่าอินผิงหาใช่คนโง่ นางแค่กำลังรักจนหน้ามืดตาบอดพร้อมทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงของที่เคยเป็นของตัวเองกลับมาเท่านั้น เป็นธรรมดาที่นางจะโกรธ ของที่นางหวงแหนมาหลายปี อยู่ดี ๆ ก็ทำท่าจะกลายไปเป็นของผู้อื่น อย่างดอกไม้ที่เราลงทุนปลูกมันด้วยตัวเอง แต่พอออกดอกที่งดงามกลับมีคนบ้าที่ไหนไม่รู้มาเด็ดมันไป ความรู้สึกของอินผิงคงเป็นแบบนั้น ที่ข้าเตือนเพราะสงสาร นางไม่ควรมีจุดจบไม่ดีอย่างในนิยาย”

อี้เยว่พูดออกมาก่อนจะวางถ้วยชาลง นางช่วยอะไร

อินผิงได้ไม่มาก หวังว่าการพูดเตือนสติจะทำให้อีกฝ่ายคิดอะไรได้มากขึ้น

“คุณหนูอินผิงจะคิดอย่างไรหม่อมฉันไม่แน่ใจ แต่เท่าที่เห็นวันนี้เชื่อว่าองค์ชายรองคงเลือกคุณหนูฉีฉีแล้วเพคะ ขนาดมีสายตาคนมากมาย ยังทรงเลือกปกป้องคนอื่นไม่สนว่าที่พระชายาของตัวเองแบบนี้ อนาคตหากคุณหนูอินผิงแต่งเข้าไปคงแย่”

“โจวเว่ยคังคงรักฉีฉีมาก แม้จากกันหลายปียังไม่ลืมเลือน แสดงออกว่ารักใคร่ใส่ใจถนอมไว้ขนาดนั้น ฉีฉีเองก็ดูจะรักองค์ชายรองมากเหมือนกัน กอดกันกลมเชียว”

“แบบนี้ทางตระกูลอินจะยอมหรือเพคะ มหาเสนาบดีอินคงไม่พอใจแน่ ด้วยรักหลานสาวอย่างคุณหนูอินผิงมาก ที่ผ่านมาตามใจทุกอย่าง เห็นคุณหนูอินผิงเสียใจแบบนี้เชื่อว่าพรุ่งนี้คงมีเรื่อง”

“แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้ว มาดูกันว่าอินผิงจะเอายังไงดีกว่า”

อี้เยว่คิดเรื่องราวพวกนี้ในหัว นางจิตนาการเรื่องราวต่อจากนี้ในแบบที่คิดว่าจะเป็นไปได้หลายรูปแบบ และหวังว่ามันจะออกมาน่าพอใจ

ฉีฉีนั่งมองปิ่นหยกสีชมพูที่ถูกแกะสลักออกมาเป็นรูปเหลียนฮวาบานสะพรั่ง มันช่างงดงามและน่ามอง เป็นของล้ำค่าหาได้ยาก คนที่ให้นางมาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคนที่นางตกหลุมรัก

นางรักเขาหลังจากที่เขาเข้ามาคุยกับนาง ไม่มีใครสนใจบุตรของอนุ นางถูกอินผิงในวัยเด็กกลั่นแกล้ง แต่ทุกคนกลับไม่ใส่ใจ เข้าข้างคนผิด มีเพียงเขาที่ห่วงใยถึงกับยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานางถึงได้ถือว่าเขาคือคนที่นางรักและนางต้องได้เขามาไว้ในมือ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ดีที่เขาเองก็รักนางจากใจจริง เรื่องราวความรักจึงดูไม่ลำบาก

ฉีฉีในวัยเด็กไม่เข้าใจเรื่องอำนาจมากนัก นางคิดแค่ว่านางชอบเขาแล้วเขาก็ชอบนาง เพียงเท่านี้เรื่องก็ง่าย ไม่นึกเลยว่าไม่นานหลังจากนั้นมารดาที่เป็นที่พึ่งเดียวก็ตายจาก ทั้งยังเป็นการตายที่ไม่ธรรมดา อีกสามวันก็ถูกส่งตัวออกจากเมืองหลวง

ตอนนั้นนางยังเด็กมากแท้ ๆ เรื่องราวอะไรก็ไม่เข้าใจสักนิด จากที่คิดว่าตัวเองมีครอบครัวที่ดี คล้ายกับว่าหลังจากมารดาตายทุกอย่างที่เคยมีก็หายไป บิดาออกห่าง ผู้เป็นย่าไม่สนใจ ท่านตาที่ติดต่อมาตลอดก็หายหน้า จนผ่านมาสองปีนางถึงรู้ว่าครอบครัวฝั่งมารดาถูกโจรฆ่าตายทั้งหมด ที่สงสัยคือบิดาทำไมนิ่งเฉย ไม่สนใจสืบหาหรือแก้แค้นให้ครอบครัวของท่านแม่

มันคือสิ่งที่ฉีฉีติดใจสงสัยตลอดมา จนก่อนจะได้กลับมาที่นี้ ในวันเกิดอายุครบสิบสองหนาว บันทึกเล่มหนึ่งที่มีคราบเลือดก็ถูกส่งมาถึงหน้าเรือน

ในบันทึกเป็นเรื่องราวของมารดาและทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปีนั้น ผู้ที่เขียนมันคือมารดาของนางเอง มันเป็นบันทึกที่มารดาของนางมักจะบันทึกเอาไว้ก่อนนอนทุกวัน

ทุกอย่างแจ่มชัดมากยิ่งขึ้นเมื่อฉีฉีนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก

ความเจ็บปวดของมารดาคือสิ่งที่ผลักให้ฉีฉีที่อยู่อย่างเรียบง่ายเปลี่ยนไป นางไม่คิดกลับมาเร็วขนาดนี้เพราะต้องการให้ตัวเองอายุสิบสี่เต็มเสียก่อน แต่นางอยากทำให้คนที่ทำร้ายมารดาของนางเจ็บ นางจึงต้องมาก่อนกำหนด

นางไม่เคยยอมแพ้ให้โชคชะตาที่ไม่ให้นางสมหวังในความรัก ที่ผ่านมานางลักลอบติดต่อกับคนรักมาโดยตลอด วางแผนทุกอย่างเอาไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อที่จะกลับมาครองรักกันได้อย่างเปิดเผย ส่วนบันทึกของมารดาเป็นแรงผลักอีกอย่างที่ทำให้แผนทุกอย่างเริ่มเร็วกว่าที่วางไว้แต่แรก

เมื่อช่วงกลางวันที่เกิดเรื่อง ฉีฉีสงสัยในตัวพี่สาวต่างมารดาที่ดีกับนางจนน่าประหลาด ข่าวที่สืบมาถึงไม่เชื่อเต็มสิบส่วน ยังอดที่จะวางใจไม่ได้สักนิด

วันนี้ยังเกิดเรื่องอีก อินผิงสตรีผู้นั้นเข้ามาหวังตบตีจนถูกคนรักของนางผลัก มันแสดงให้เห็นแล้วว่าฉีฉีคือผู้ที่ควบคุมเขาได้ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อนางแน่หากนางร้องขอ

แต่ในสายตาของเขา ฉีฉีคือดอกบัวที่บริสุทธิ์งดงาม นางไม่อาจจะให้เขารู้ว่าแท้จริงนางไม่ได้ใสซื่อและขาวสะอาดแบบนั้น แต่นางกลับเป็นดอกเหมยกุ้ยสีแดงที่รอบตัวเต็มไปด้วยหนามแหลม นางพร้อมจะทำทุกอย่างให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการ

นางยังจำได้ ในวัยเด็กเพื่อที่จะดึงความสนใจจากเขาให้หันมาหานาง ไม่ใช่สนใจอินผิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางหลอกล่อพี่สาวต่างมารดาที่ดูโง่งม หวังให้อีกฝ่ายตกน้ำแล้วนางก็ตกลงไปด้วยเพื่อเรียกความสนใจ เสียดายที่ไม่เป็นผล มีคนมาช่วยพี่สาวเอาไว้แต่เขายังห่วงนาง

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ก็มากยิ่งขึ้น เขามักมอบขนม เครื่องประดับ ส่งจดหมายมาหานางเสมอ ในวัยเด็กฉีฉีมีแต่ความสุข ซึ่งความสุขพวกนั้นมาจากโจวเว่ยคัง

มันทำให้ฉีฉีรู้ว่านางเสียเขาไปไม่ได้

ส่วนเรื่องมารดา นางสาบานว่านางจะแก้แค้น คนที่ขวางทางมารดาของนางและนางต้องตาย หากมารดายังอยู่

มีหรือนางจะถูกส่งไปไกลเมืองหลวงขนาดนี้ นางต้องเป็นคู่หมั้นของเขาถึงจะถูก เป็นสตรีที่คนทั้งเมืองหลวงริษยาในวาสนาสูงส่ง

เพราะมันแม่ลูกที่มาขวางทางทำลายแผนการของผู้เป็นมารดา นางถึงต้องมาเริ่มใหม่ นับหนึ่งอีกหน เป็นบุตรกำพร้ามารดา แผนที่มารดาวางเอาไว้ถูกพังไม่เป็นชิ้นดี

ตามแผนนางต้องเป็นเด็กน้อยที่เป็นดอกบัวขาวในสายตาของทุกคน โดยอาศัยพี่สาวต่างมารดาเป็นแพะรับปาบทุกเรื่อง ตอนนี้ต้องมาลำบาก ถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตม

หากตอนนั้นมารดาของนางฆ่ามารดาของพี่สาวได้สำเร็จทำตามแผนที่มารดาเขียนเอาไว้ทุกอย่าง ได้เป็นฮูหยินของจวนอันที่บิดารักใคร่ แล้วควบคุมจวนอันได้เต็มสิบส่วน มีคนของท่านตาเป็นหมากให้ใช้ นางเองก็คงจะเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของจวนที่ทุกคนรักใคร่ ใส่ใจ และสำคัญมากที่สุด…มันคงจะดี

“เข้ามาที”

คนสนิทที่รอด้านหน้าเปิดประตูเข้ามาหาผู้เป็นนายด้วยสีหน้าระวังด้วยกลัวว่าจะทำให้นายตนเองไม่พอใจ

“คุณหนูต้องการสิ่งใดเจ้าคะ”

“ให้คนไปกระจายข่าวว่าข้าถูกพี่สาวและอินผิงตบตีด้วยริษยาที่องค์ชายรองเห็นข้าสำคัญ”

“แต่มีส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบคุณหนูนะเจ้าคะ ให้จัดการด้วยหรือไม่”

“ช่างมัน ข้าไม่สน เพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้น เราต้องดึงความเห็นใจจากคนหมู่มาก จากนี้ข้าจะเป็นสตรีที่น่าสงสาร น่าเห็นใจในสายตาของทุกคน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป